ทำไมจึงต้องซื้อเพชรพร้อมใบเซอร์

ทำไมจึงควรซื้อเพชรที่มีใบเซอร์

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมีคำถามนี้ วันนี้เรามาจะพาคุณไปหาคำตอบ ที่ร้านเพชรหลาย ๆ ร้านไม่อยากบอกคุณ

ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนว่าเพชรมีใบเซอร์จากห้องแล็ปเช่น GIA HRD IGI นั้นมีข้อดีอย่างไร

  1. เพชรที่มีใบเซอร์นั้นหมายความว่า เพชรเม็ดนั้นเป็นเพชรธรรมชาติ 100% หรือหากผ่านการปรับปรุงคุณภาพ ก็จะมีการระบุในใบเซอร์

หมายเหตุ : เพชรที่มีการปรับปรุงคุณภาพเช่นการใช้เลเซอร์เพื่อลบตำหนิ หรือการทำสีเพชรให้ขาวขึ้น นั้นไม่เป็นที่ยอมรับในตลาด เพชรประเภทนี้จะมีราคาถูกมาก

  1. คุณภาพของเพชรเม็ดนั้นจะเป็นไปตามที่ระบุในใบเซอร์ทุกประการ ได้แก่ สีเพชร ความสะอาด คุณภาพการเจียรไน น้ำหนักของเพชร
  2. หากคุณซื้อเพชรร่วงแล้วเข้าตัวเรือนทีหลัง ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกร้านเปลี่ยนเพชร เพราะเพชรที่ผ่านการเกรดแล้วจะมีการเลเซอร์ที่ขอบเพชรเกือบทุกเม็ด ทำให้คุณสามารถตรวจสอบเพชรหลังขึ้นตัวเรือนแล้วได้ด้วยตัวเอง
  3. คุณจะได้ใบเซอร์ที่จะติดกับเพชรเม็ดนั้นไปตลอด จนวันนึงที่คุณส่งต่อให้กับผู้อื่น คนรับก็สามารถรู้ถึงมูลค่าเพชรเม็ดนั้นได้ทันที
  4. ไม่ต้องกังวลว่าคุณจะซื้อเพชรในราคาเกินมูลค่าจริง เพราะเพชรที่ผ่านการเซอร์จากห้องแล็ปแล้วจะอิงราคาตลาดโลกที่เรารู้จักกันคือ Rapaport
  5. ด้วยราคาเพชรที่อิงกับ Rapaport ทำให้คุณสามารถเช็คราคาเพชรคุณภาพเดียวกันจากหลาย ๆ ร้าน เพื่อให้ได้เพชรคุณภาพในราคาที่ถูกที่สุด
  6. ราคาเพชรในตลาดจะขยับขึ้นทุกปี คุณสามารถขายต่อเพชรในราคาที่มีกำไรได้ในอนาคต เพราะเพชรมีมาตรฐานทำให้ผู้ซื้อมั่นใจ

 

ทีนี้มาดูสิ่งที่คุณจะได้จากการซื้อเพชรที่ไม่มีใบเซอร์หรือมีเพียงใบรับรองของทางร้าน

  1. เพชรเม็ดนั้นอาจเป็นเพชรสังเคราะห์ หรือเพชร CVD HPHT ที่เกิดขึ้นในห้องแล็ป ซึ่งมีราคาถูกกว่าเพชรธรรมชาติมาก
  2. เพชรเม็ดนั้นอาจผ่านการปรับปรุงคุณภาพโดยการเลเซอร์ลบตำหนิ การอุดรอยแตกร้าวด้วยวัสดุพอลิเมอร์ หรือการฉายรังสีเพื่อทำให้เพชรขาวขึ้น ซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับในตลาด
  3. คุณอาจได้เพชรคุณภาพไม่ตรงกับที่ทางร้านแจ้ง เช่น ทางร้านบอกว่าเพชรน้ำ 100 แต่เพชรจริงแล้วอาจจะเป็นแค่เพชรน้ำ 95 หรือ 96 เท่านั้น ซึ่งคุณไม่สามารถรู้ได้ด้วยการดูด้วยตนเอง เพราะการเกรดเพชรจะต้องใช้เครื่องมือเฉพาะและทำโดยผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมมาแล้วเท่านั้น
  4. น้ำหนักของเพชรไม่ตรง ในกรณีของเพชรที่ขึ้นตัวเรือนไปแล้วคุณไม่สามารถให้ทางร้านนำเพชรมาชั่งเพื่อดูน้ำหนักที่แท้จริงได้ซึ่งจะมีผลต่างอยู่พอสมควร เช่น
    เพชรจริง 1 กะรัต ที่ราคา 190,000 บาทต่อกะรัต หากร้านนำเพชรเข้าตัวเรือนแล้วคิดน้ำหนัก 1.05 กะรัต คุณจะต้องจ่ายเป็น 190,000×05= 199,500 บาท ในเคสนี้จะมีส่วนต่างถึง 9,500 บาท
  5. หากซื้อเป็นเพชรร่วงแล้วขึ้นตัวเรือนทีหลัง อาจถูกร้านเปลี่ยนเพชรได้ เพราะไม่มีเลเซอร์ที่ขอบเพชรให้ตรวจสอบหลังจากขึ้นตัวเรือน
  6. ไม่สามารถเปรียบเทียบราคากับร้านอื่นได้ เพราะมาตรฐานแต่ละร้านไม่เท่ากัน แม้ร้านบอกน้ำ 100 เหมือนกัน แต่เพชรจริงอาจน้ำไม่เท่ากัน ซึ่งคุณไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยตัวเอง
  7. ด้วยเพชรที่ไม่มีมาตรฐาน ราคาจึงขึ้นอยู่กับผู้ขายจะกำหนด คุณจึงอาจจะได้เพชรในราคาสูงเกินจริง
  8. ราคาขายต่อตกเยอะ หากคุณต้องการขายเพชรต่อให้กับผู้อื่น เพราะผู้ซื้อจะไม่มั่นใจในคุณภาพของเพชรเม็ดนั้น