การเลือกซื้อเพชร

ก่อนการเลือกซื้อเพชรซักเม็ดเราควรที่จะเรียนรู้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเพชรก่อน โดยเฉพาะการแบ่งเกรดเพชร ว่าเค้าแบ่งเกรดเพชรกันอย่างไร หรือที่เรารู้จักกันดี ที่เรียกว่า 4 C’s เพื่อให้เราเข้าใจสิ่งที่ผู้ขายกำลังที่จะเสนอต่อเราว่าคืออะไร จะทำให้เราได้เพชรในราคายุติธรรม และตรงต่อความต้องการจริง ๆ ทีนี้เรามาดูกันค่ะว่า เราควรจะต้องพิจารณาอะไรบ้างในการเลือกซื้อเพชรแต่ละเม็ด

  • เลือกเพชรที่มีใบเซอร์จากสถาบันที่น่าเชื่อถือ ได้แก่ GIA HRD IGI เป็นต้น โดยเพชรส่วนใหญ่ขนาด 0.30 กะรัต ขึ้นไปจะมีใบเซอร์กำกับ ควรหลีกเลี่ยงเพชรที่ไม่มีใบเซอร์ เพราะอาจเป็นเพชรสังเคราะห์ที่ทำขึ้นในห้องแล็ป
  • ตรวจสอบใบเซอร์ต้องเป็นใบเซอร์ต้นฉบับที่ออกจากสถาบัน ไม่ใช่ใบเซอร์ที่ทำขึ้นเลียนแบบ โดยจะต้องมีโฮโลแกรม หรือตรวจสอบกับฐานข้อมูลของทางสถาบัน ว่าตรงกับในใบเซอร์หรือไม่

cer_logo

laser_sample

  • ต้องมีเลขสลักที่ขอบเพชร เพชรที่ผ่านการประเมินจากสถาบันชั้นนำ จะมีการสลักรหัสตรงกับรหัสที่ระบุในใบเซอร์ เพื่อป้องกันร้านค้าที่เอาเปรียบโดยการสวมเพชรที่มีเกรดต่ำกว่าที่ระบุในใบเซอร์ หรือเป็นเพชรสังเคราะห์ เพื่อหวังผลกำไรที่มากขึ้น
  • น้ำหนักของเพชรไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกขนาดของเพชรที่แท้จริง เช่น เพชร 1.00 กะรัต ที่มีขอบ(Girdle) ที่หนาเกินไป หรือมีก้น(Pavilion) ลึกเกินไป จะมีขนาดใกล้เคียงกับเพชร 0.90 กะรัต แต่ราคาเพชร 1.00 กะรัตจะมีราคาสูงกว่าฉะนั้นดูให้แน่ใจว่าเพชรที่กำลังดูอยู่ ได้รับการเจียรไนที่ดี โดยดูได้จากรายละเอียดในใบเซอร์ในส่วนของการเจียรไน (Cut) ควรเป็น Very Good หรือ Excellent เพชรที่ได้รับการเจียไรที่ดี จะมีขนาดได้มาตรฐานและจะมีประกายและไฟที่ดีกว่าด้วย (ระดับของ Cut จะมีผลต่อราคาของเพชรมากกว่า Polish และ Symmetry เพราะ ระดับของ Cut ที่สูงหมายถึงการสูญเสียน้ำหนักระหว่างเจียรไนที่มากขึ้น และในทางกลับกันก็จะได้ประกายไฟที่สูงขึ้นด้วย)
  • Polish หรือการขัดเงาเพชรในขึ้นตอนสุดท้ายของการเจียรไน ซึ่งจะส่งผลต่อการสะท้อนแสงและประกายของเพชร ควรเลือกระดับการขัดเงาที่ Good ขึ้นไป เพราะจะไม่สามารถมองเห็นร่องลอยการขัดเงาด้วยตาเปล่า
  • Symmetry คือความสมมาตรของเหลี่ยมเพชรแต่ละเหลี่ยมที่ได้จากการเจียรไน เพชรที่เจียรไนเหลี่ยมไม่ได้สัดส่วน อาจจะส่งผลให้ตำหนิภายในสะท้อนไปตามจุดอื่น ๆ ของเพชรเมื่อมองดูเพชรจากด้านบน ฉะนั้นเพชรที่เกรดความสะอาดสูง ๆ ตั้งแต่ VVS2 ขึ้นไปควรเลือก Symmetry ระดับ Very Good หรือ Excellent เป็นอย่างน้อย เพราะ Symmetry ระดับต่ำ จะส่งผลให้ความสะอาดของเพชรดูต่ำลงกว่าความเป็นจริง
  • สีของตัวเรือนก็เป็นเรื่องสำคัญ หากจะนำเพชรไปฝังบนตัวเรือนสีทอง ไม่ควรเลือกเพชรขาวเกินไป เพราะสีทองของตัวเรือนจะทำให้เพชรขาวดูดร็อบลงเมื่อขึ้นตัวเรือน แนะนำเพชรน้ำ 96 ขึ้นไปสำหรับตัวเรือนทองคำขาว และน้ำ 95 ลงไปสำหรับตัวเรือนสีทอง
  • ความจริงเรื่องความสะอาดของเพชร สถาบันจะประเมินเพชรโดยใช้ กล้องกำลังขยาย 10x ขึ้นไป เพชรเกรดตั้งแต่ VS2 ขึ้นไป ไม่สามารถมองเห็นตำหนิได้ด้วยตาเปล่า แต่ในความเป็นจริงไม่มีใครนำกล้องกำลังขยาย 10x มาส่องเพชรเราเมื่ออยู่บนแหวน ฉะนั้นเราจะจ่ายเงินเพื่อสิ่งที่มองไม่เห็นเพื่ออะไร ลองพิจารณาเพชรเกรด SI1 หรือ SI2 ที่มีตำหนิไม่เด่นชัดนัก หรืออยู่ตามขอบเพชร ก็จะทำให้เราได้เพชรขนาดใหญ่ขึ้นในงบประมาณเท่าเดิม แต่ถ้าเอาความสบายใจก็เลือกเพชรเกรด VS2 หรือ VS1 ก็ทำได้

scale

  • Fluorescence คือค่าการเรืองแสงเมื่ออยู่ภายใต้แสง UV เพชรที่มีการเรืองแสงเล็กน้อยไม่มีผลมากนัก แต่เพชรที่มีค่าการเรืองแสงสูง คือตั้งแต่ Medium ขึ้นไป จะทำให้เพชรดูขาวขึ้นเมื่ออยู่ภายใต้แสง Day Light ฉะนั้นหากจะเลือกเพชรตั้งแต่น้ำ 95 ลงไป ควรเลือกเพชรที่มีค่าการเรืองแสงสูง แต่การเรืองแสงของเพชรอาจมีผลทำให้ประกายของเพชรบางเม็ดดูฟุ้ง ไม่คม ฉะนั้นต้องดูเพชรจริงด้วยสายตาตัวเองอีกทีหนึ่งด้วย

Flu_sample