การเลือกซื้อเครื่องประดับ และอัญมณี

posted in: ข่าวสาร | 0

มนุษย์เรารู้จักทำเครื่องประดับเพื่อประดับกายมาเป็นเวลากว่า 100,000 ปี ด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำให้ปัจจุบันการเลือกซื้อเครื่องประดับมาสวมใส่ซักชิ้นไม่ใช่เรื่องง่าย มีรายละเอียดหลาย ๆ อย่างที่เราต้องคำนึงถึงก่อนที่จะเลือกซื้อเครื่องประดับสักชิ้นนึง เช่น โลหะที่ใช้ วัตถุดิบ รูปแบบ และอัญมณี วันนี้เราจะมาแนะนำรายละเอียดและเทคนิคเล็ก ๆ น้อยให้มาแนะนำ เพื่อให้คุณสามารถเลือกซื้อเครื่องประดับให้เหมาะสมกับตัวเองได้ในราคาที่สมเหตุสมผล

อัญมณีธรรมชาติคืออะไร ?
อัญมณีธรรมชาติเกิดขึ้นพื้นผิวโลกด้วยกระบวนการทางธรรมชาติ โดยแต่ละชนิดต้องใช้เวลาหลายพันหรือหลายหมื่นปีที่จะตกผลึกเป็นก้อนพลอยดิบ ก่อนจะผ่านกระบวนการเจียระไนเพื่อให้เกิดความสวยงาม เพื่อนำมาทำเป็นเครื่องประดับต่อไป ด้วยเหตุนี้สมัยโบราณกาลจึงเชื่อว่าอัญมณีจากธรรมชาติจะมีพลังของธรรมชาติแฝงอยู่จึงนำเครื่องประดับที่ประดับด้วยอัญมณีมาสวมใส่ อัญมณีธรรมชาติบางชนิดสามารถปรับปรุงคุณภาพได้ เช่น การนำพลอยในตระกูลคอลันดัมไปเผาเพื่อให้มีสีที่เข้มขึ้น

อัญมณีสังเคราะห์คืออะไร ?
อัญมณีสังเคราะห์คืออัญมณีที่เกิดขึ้นในห้องแล็บหรือในกระบวนการอื่น ๆ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ โดยเลียนแบบวิธีการเกิดของอัญมณีในธรรมชาติ แต่ลดระยะเวลาในการเกิดให้เร็วขึ้น โดยมีลักษณะทางกายภาพ การกระจายแสงความแข็งแรงจะเหมือนกับอัญมณีธรรมชาติ แต่มีคุณค่าและราคาที่ต่ำกว่ามาก อัญมณีสังเคราะห์สามารถตรวจสอบได้โดยนักอัญมณีศาสตร์ หรือเราสามารถตั้งข้อสงสัยเบื้องต้นได้หากอัญมณีชิ้นนั้นมีสีที่สด เข้ม ไม่มีตำหนิ เพราะปัจจุบันอัญมณีธรรมชาติที่มีสีเข้ม ไม่มีตำหนิสามารถหาได้ยากมาก หากมีก็จะราคาสูงมาก ดังนั้น ก่อนเลือกซื้อเครื่องประดับจึงควรสอบถามให้ดีก่อนว่า เครื่องประดับนั้นประดับด้วยพลอยธรรมชาติหรือพลอยสังเคราะห์ หรือเลือกซื้อเครื่องประดับอัญมณีธรรมชาติกับร้านที่น่าเชื่อถือ และผู้ขายมีความรู้

อัญมณีเลียนแบบคืออะไร ?
อัญมณีเลียนแบบจะเหมือนกับอัญมณีธรรมชาติแค่เพียงลักษณะภายนอกเท่านั้น เช่น คิวบิกเซอร์โคเนีย(CZ)เลียนแบบเพชร แก้วสังเคราะห์สีต่าง ๆ จะทำเลียนแบบพลอยเนื้อแข็งต่างๆ เช่น แก้วสีแดงเลียนแบบทับทิม แก้วสีเขียวเลียนแบบมรกต แก้วสีน้ำเงินเลียนแบบไพลิน หรือมณีใต้น้ำที่นิยมในปัจจุบัน บางแหล่งก็ทำมาจากคิวบิกเซอร์โคเนียสีต่าง ๆ

การเลือกซื้ออัญมณีธรรมชาติควรพิจารณาอะไรบ้าง ?
หน่วยที่ใช้วัดอัญมณี เรียกว่า “กะรัต” โดย 1 กะรัต เท่ากับ 0.2 กรัม กะรัตแบ่งเป็นหน่วยย่อย 100 หน่วย 1 หน่วยย่อยเรียก “ตังค์” เช่น 0.01 เท่ากับ 1 ตังค์ อัญมณีที่มีน้ำหนักมากก็จะยิ่งมีราคาสูง นอกจากน้ำหนักของอัญมณีแล้วก็ควรพิจารณาความสะอาดของอัญมณี อัญมณีที่มีตำหนิมากก็จะมีราคาที่ถูกกว่าอัญมณีที่สะอาดไม่มีตำหนิ แต่อัญมณีบางชนิดมักพบมีตำหนิเสมอในธรรมชาติ เช่น มรกต ก็จะเลือกดูที่ความโปร่งใสของอัญมณีมากกว่า มรกตที่มีเนื้อใสแสงสามารถทะลุผ่านได้ก็จะมีราคาที่สูงมากกกว่ามรกตที่มีเนื้อขุ่น สีของอัญมณีก็มีผลต่อราคาของอัญมณีแต่ละชนิด เช่น อเมทิสต์ที่มีสีม่วงเข้มจะมีราคาที่สูงกว่าอเมทิสต์ที่มีสีม่วงอ่อน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณของผู้ซื้อ

อัญมณีที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพคืออะไร ?
อัญมณีบางชนิดสามารถทำการปรับปรุงคุณภาพได้เพื่อให้อัญมณีชนิดนั้นมีสีที่เข้มขึ้นหรือแข็งแรงขึ้น หรืออาจจะเปลี่ยนเป็นสีอื่นที่มีราคาสูงกว่า อัญมณีที่ผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพแล้วอาจจะมีสีที่คงทนถาวร หรืออาจจะสีจางลงเมื่อผ่านไประยะเวลาหนึ่ง บางชนิดต้องการการดูแลรักษาเป็นพิเศษ ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ขายเครื่องประดับจึงควรจะแจ้งให้ผู้ซื้อรับทราบว่าอัญมณีเม็ดนั้น ๆ ผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพมาหรือไม่

โลหะที่ใช้ทำเครื่องประดับ
ปัจจุบันนิยมนำโลหะมาทำเครื่องประดับหลายชนิด ที่นิยมนำมาทำเครื่องประดับได้แก่ ทอง ทองคำขาว นาค เงิน เนื่องจากเครื่องประดับที่ทำจากโลหะมีค่าเหล่านี้สามารถแลกเปลี่ยนได้ง่าย และยังมีโลหะอื่น ๆ ที่นำมาทำเครื่องประดับเช่น ทองเหลือง ดีบุก สเตนเลส ไททาเนียม ราคาของเครื่องประดับจะมีราคาสูงหรือต่ำก็ขึ้นอยู่กับโลหะที่นำมาทำตัวเรือนเครื่องประดับ

การชุบเคลือบผิวเพื่ออะไร ?
การชุบเคลือบผิวอาจทำด้วยหลายสาเหตุ ทั้งเพื่อให้ตัวเรือนเครื่องประดับมีสีที่เข้มขึ้น เช่น เครื่องประดับทอง 10K จะมีสีเหลืองอ่อนนิยมนำมาชุบสีทองเพื่อให้มีสีเข้มขึ้น, เพื่อเปลี่ยนสีตัวเรือนหรือเพื่อเปลี่ยนคุณสมบัติของตัวเรือนเครื่องประดับนั้น ๆ เช่น การชุบทองคำขาวในเครื่องประดับเงิน เพื่อให้มีความแวววาวขึ้นและช่วยทำให้ชิ้นงานไม่หมองและสามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้น

Leave a Reply